วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ขาลาย แก้ไขได้ง่ายๆ


ขาลาย แก้ไขได้ง่ายๆ



       -ช่วงน้ำท่วมแบบนี้ คุณผู้หญิงที่กำลังเจอปัญหาขาลายเนื่องแมลง สัตว์กัดต่อย มีอาการแพ้เนื่องจากขาสัมผัสกับน้ำท่วมขังทำให้เกิดอาการคัน มีจุดด่างดำ รอยเกา บนเรียวขาที่เคยสวย หรือคุณผู้หญิงคนไหนที่ ขาลายอยู่แล้ว เรามีเคล็ดลับแก้ไข ขาลาย ให้กลับ มาเนียนสวยมาฝากกันค่ะ
       -เตรีมดินสอพอง และ นำ้มะนาว นำผสมให้เข้ากันพอหมาดๆ แล้วนำมาทาบริเวณขาที่มีรอยจุดด่างดำ หรือตามรอยต่างๆ หมั่นทาทุกคนก่อนนอนไม่นาน รอยด่างดำนั้นๆ จะค่อยๆ หายไปค่ะ
      
ด้วยวิธีเพียงเท่านี้ ทั้งประหยัดและแสนง่าย คุณผู้หญิงก็หมดกังวลกับปัญหาขาลายได้แล้วใช่ไหมค่ะ ข้อควรจำคือต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งจะให้หายทันใจภายในวันสองวันเป็นไปไม่ได้ค่ะ ยังไงหมั่นทำตามวิธีที่แนะนำดูนะคะ รับรองได้ผลแต่ต้องใช้เวลานิดนึงค่ะ

ที่มา : cawaii-club.com

วิธีนวดหน้า "เรียว" ด้วยตัวเอง


วิธีนวดหน้า


- เริ่มจากบริเวณหน้าผาก ให้ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางเริ่มจากกึ่งกลางหน้าผากนวดวนขึ้นเป็นแนวขดลวด (ขึ้นหนักลงเบา) นวดจนถึงบริเวณขมับ 6 จังหวะ ทำซ้ำ 3 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายให้กดจุดที่ขมับเพื่อความผ่อนคลาย

- บริเวณรอบดวงตาและยกกระชับริมฝีปาก ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางนวดเบา ๆ บริเวณใต้ตา โดยเริ่มจากแนวโครงกระดูกเบ้าตาล่าง วนไปมาเบา ๆ นับ 1 ครั้ง ทำซ้ำ 3 ครั้ง จากนั้นเริ่มนวดจากบริเวณใต้โพรงจมูกลูบออกด้านข้างในลักษณะยกผิวขึ้น ลูบไปมา 3 ครั้งและเลื่อนนิ้วลงมาบริเวณใต้ริมฝีปากล่างลูบออกตามแนวริมฝีปากในลักษณะยกขึ้นทำซ้ำ 3 ครั้ง

- ยกกระชับกล้ามเนื้อบริเวณมุมปาก ใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณกึ่งกลางคางขึ้นไปที่บริเวณมุมปากในลักษณะยกขึ้น ทำซ้ำ 3 ครั้ง

- ยกกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณมุมปากในลักษณะยกผิวขึ้นเป็นมุมกว้างค้างไว้สักครู่แล้วค่อยลูบลงทำซ้ำ 3 ครั้ง

- ผ่อนคลายความตึงเครียดบริเวณดวงตา ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางกดบริเวณหัวตาทั้ง 2 ข้าง กดเบา ๆ นับ 1-3 แล้วลูบผ่านเปลือกตาและวนรอบดวงตากลับมากดที่หัวตาทำซ้ำ 3 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายลูบผ่านเปลือกตาไปกดจุดที่บริเวณขมับ


ที่มา : cawaii-club.com

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

มะระ..รูปไม่สวย แต่ประโยชน์สวยมาก

 

ก็อย่าง ที่โบราณเค้าว่ากันว่า หวานเป็นลมขมเป็นยา สิ่งที่น่าคิดก็คือ ทำไมของที่มีประโยชน์ส่วนใหญ่มักจะมีรสชาติที่ไม่น่ารับประทาน ไม่อร่อยลิ้นเอาเสียเลย ก็อย่างเช่นเจ้ามะระนี่หล่ะค่ะ ที่มีรสชาติขมซะจนไม่อยากจะรับประทาน ภายใต้หน้าตาที่อัปลักษณ์ของมัน ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาปฏิวัติการกินเสียใหม่นะคะ ชาวเอเชียรู้จักกันดีถึงสรรพคุณของมะระ แต่ชาวฝั่งตะวันตกกลับกลัวที่จะกินมัน ทั้งที่ยังไม่รู้ประโยชน์ที่แสนจะอัศจรรย์ของมันแม้แต่น้อย เรามาดูประโยชน์ของมะระกันเลยดีกว่านะคะ



อย่างแรกเลย คือ ความขมของมะระนั้นสามารถช่วยให้เราเจริญอาหาร เพราะสารขมที่อยู่ในมะระนั้นจะช่วยกระตุ้นให้น้ำย่อย ออกมามากจึงทำให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น ซึ่งเราอาจจะนำมะระไปลวก หรือเผาไฟจิ้ม แล้วนำมาจิ้มกับน้ำพริกก็ได้นะคะ

ต่อมา..ก็คือ คุณสมบัติในการการบำบัดและรักษาโรคเบาหวานระยะเริ่มต้น ด้วยสารอาหารในมะระ ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มเบต้าเซลล์ในตับอ่อน โดยการกระตุ้นให้เกิดการสร้างอินซูลิน (ฮอร์โมนควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด) อีกทั้งมะระยังมีเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต สารอาหารจะผสมอยู่ในรูปของโปรตีน ซึ่งสามารถบรรเทาอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากโรคตับและโรคเบาหวานได้ มะระยังสามารถแก้โรคตับอักเสบ ปวดหัวเข่า ม้ามอักเสบได้ค่ะ โดยรับประทานมะระดิบเป็นประจำจะช่วยได้ค่ะ

นอก จากนี้มะระยังมีคุณค่าทางอาหารมากมาย เพราะอุดมไปด้วยฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี วิตามินบี1 - บี3, เบต้าแคโรทีน, ไฟเบอร์, ธาตุเหล็ก, โพแทสเซียม, เป็นต้น
เมนู อาหารจากมะระ ได้แก่ ต้มจืดมะระยัดไส้, มะระต้มจับฉ่าย, ผัดมะระหมูสับ, มะระผัดกุ้ง, มะระผัดน้ำมันหอย เป็นต้น หากจะลดความขมของมะระต้องลวกหรือต้มนาน ๆ โดยคลุกเคล้ากับเกลือก่อนที่จะนำไปปรุง หรือต้มน้ำแล้วเทน้ำทิ้ง 1 ครั้ง ก่อนนำมารับประทาน จะช่วยให้กินมะระได้อย่างสบายใจ

แถมท้ายอีกนิดนะค่ะ ด้วยข้อควรระวัง เราทานมะระที่ดิบ ๆ กันได้ แต่ ห้ามรับประทานมะระที่มีผลสุกนะค่ะ เพราะอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียนได้ค่ะ เนื่องจากมีสารซาโปนินอยู่มาก ซึ่งสารนี้จะทำให้เป็นพิษต่อร่างกายค่ะ อีกอย่าง อย่าทานมะระมากจนเกินไปนะค่ะ เพราะจะทำให้ท้องเสีย เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาระบาย


ที่มา : oknation.net

ลูกเดือย ... ประโยชน์ที่ไม่เล็ก

        

          หลายคนคงรู้จักลูกเดือยที่มีหน้าตาเป็นเม็ดเล็กๆ กลมๆ แต่ถึงแม้ว่าจะมีขนาดเล็ก แต่ลูกเดือยกลับให้คุณประโยชน์มากมาย
ไม่ ว่าจะมีฤทธิ์เป็นยาเย็นช่วยบำรุงกำลัง บำรุงปอด ม้าม ตับ ขับปัสสาวะ หล่อลื่นกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้ปัญหาทางเดินหายใจ ไขข้อกระดูก เหน็บชา แก้ร้อนในกระหายน้ำ และยังช่วยลดการเกิดมะเร็ง เพราะมีสารคอกซีโนไลด์ (Coxenolide) ซึ่งมีสรรพคุณในการยับยั้งการเกิดเนื้องอก
ทั้ง นี้จะเห็นได้ว่าลูกเดือยนั้นมีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะฟอสฟอรัสซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงกระดูกมีอยู่ในปริมาณสูง และวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตาอีกด้วย
ด้วยสรรพคุณที่หลาก หลาย และคุณประโยชน์ที่มากมายเกินขนาดเล็กๆ นั้นทำให้ชาวจีนต่างยกย่องลูกเดือยว่าเป็นยาอายุวัฒนะอีกชนิดหนึ่งเลยที เดียว!


ที่มา : oknation.net

วิธีรักษาผิวใสห่างไกลแดด

 
 
คนที่รักการไปเที่ยวทะเลต้องดูแลผิว ให้มากเป็นพิเศษ อย่าลืมว่าทุกครั้งที่เรากลับมาจากการไปเที่ยวทะเล เรามักจะได้ของแถมเป็น “ผิวเสีย” กลับมาด้วยทุกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวสวย ๆ ของเราต้องกลาย เป็นผิวเสีย ก่อนออกไปเที่ยวทะเล เราจึงต้องทำความเข้าใจกันสักเล็กน้อย

หลายคนเข้าใจว่าแสงแดดมีประโยชน์ต่อผิวหนังของเรา ในการกระตุ้นให้เกิดการ สร้างวิตามิน แต่ไม่ใช่แสงแดดที่สาดส่องลงมาตลอดทั้งช่วงวันหรอกนะ การที่เราโดน แดดในปริมาณที่มาก และเป็นเวลานาน อาจทำให้ผิวหนังของเราเกิดอาการไหม้แดง หรือที่ เรียกันว่า “Sunburn” ช่วงเวลาที่เราควรหลีกเลี่ยง คือ 10.00 – 16.00 น. เพราะในช่วงเวลานี้ จะมีการสะท้อนของแสงยูวีจากน้ำทะเล และทรายเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ยิ่งเกิดอันตรายต่อผิวหนังของเรา

เกิดความเชื่อผิด ๆ ว่าครีมกันแดดนั้นสามารถช่วยลดการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ 100% แต่ในความเป็นจริง หากใช้เวลาอยู่ริมทะเลเกินกว่าที่ครีมกันแดดจะปกป้อง ผิวเราได้ก็ป่วยการ เพราะครีมกันแดดนั้นสามารถปกป้องผิวได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง ก็ต้องรีบทาซ้ำ เพื่อให้ผิวของเราได้รับการปกป้องอีกครั้ง การรู้จักปกป้องผิวให้ห่าง ไกลจากแสงอัลตราไวโอเลต และดูแลให้ถูกวิธีอยู่สม่ำเสมอ จะช่วยให้ผิวของเรา สดใสสมวัย

นอกจากนี้ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่เหมาะสมกับกิจกรรมที่จะทำ และมีประสิทธิภาพสูงพอที่จะป้องกันแสงแดดได้ดี และหากต้องลงว่ายน้ำก็ต้องไม่ลืมที่จะใช้ครีมกันแดดชนิดกันน้ำ และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรทาลิปติกที่มีสารกันแดดด้วย และต้องไม่ลืมที่จะทาครีมกันแดดซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้การไปเที่ยวทะเลของเรานั้นสนุกอย่างเต็มที่

จะเห็นว่าการไปเที่ยวทะเลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการที่จะป้องกันผิว สวย ๆ ของ เราให้ปลอดภัย แต่เราก็ห้ามใจที่จะไม่ไปเจอท้องฟ้าใส น้ำทะเลสวย ๆ ได้ ทางที่ดีที่สุด ของการไปเที่ยวทะเลให้สนุกและปลอดภัย ก็ควรรู้จักปกป้องผิวหนังของตัวเอง ทำความรู้จักแสงแดดและท้องทะเลให้ดีเสียก่อน

กิน "เชอรี่" ชะลอแก่ดีกว่าเสียเงินซื้อยารักษาสุขภาพ!



          ขึ้นชื่อว่าผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ไทยหรือผลไม้นอก กินแล้วย่อมได้ประโยชน์อย่างแน่นอน เพียงแต่ผลไม้ไทยที่มีมากจนเลือกรับประทานกันไม่หวาดไม่ไหวนั้น มักออกผลผลิตมาพร้อม ๆ กัน ทำให้ช่วงเวลาที่เหลือไม่ใคร่มีผลไม้ให้ชิมกัน นอกจากผลไม้ทุกฤดูกาลอย่างแตงโม สับปะรด และมะละกอ
   
          ขอ เพิ่มทางเลือกให้กับผู้รักสุขภาพที่ชื่นชอบการทานผลไม้สด ด้วยผลไม้เมืองหนาวปลอดสารพิษที่มากล้นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง "เชอร์รี่" และแม้ว่าราคาจะแพงไปสักนิดเพราะเป็นของอิมพอร์ต แต่คุณประโยชน์ที่ปรากฏก็น่าสนใจให้ลิ้มลองไม่น้อย
   


          โดยเหตุผล 6 ประการที่ผู้รักสุขภาพควรรับประทานผลไม้ลูกเล็กสีแดงสุดฉ่ำก็คือ

          1.เชอร์รี่อุดมไปด้วยโปแตสเซียม ซึ่งช่วยในการควบคุมความดันโลหิต และลดความเสี่ยงสำหรับความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมอง

          2.เชอร์รี่เป็นแหล่งของเมลาโทนิน ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดอาการเหนื่อยล้า และช่วยในเรื่องการนอนหลับ

          3.เชอร์รี่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า อาจช่วยในการควบคุมโรคไขข้อ และโรคเกาต์
   
          4.เชอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในเชอรี่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ

          5.เชอร์รี่ถือเป็นขนมเพื่อสุขภาพ ในเชอรี่ 21 กรัมมีแคลอรี่น้อยกว่า 100 แคลอรี่

          6.สารแอนโทไซยานิน ที่พบในเชอร์รี่ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย


ที่มา : kapook.com

ข้อศอกหรือหัวเข่าด้าน มีสีดำ ผิวลอก



          สำหรับคุณสาว ๆ ที่นั่งทำงานนาน ๆ หรือต้องทำงานบ้านหนัก ๆ จนทำให้เกิดปัญหาข้อศอกหรือหัวเข่าด้าน มีสีดำ ผิวลอก และแข็งกระด้าง สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีต่อไปนี้...

          หลังจากทำความสะอาดบริเวณข้อศอกและหัวเข่าด้วยสบู่หรือผลิตภัณฑ์อาบน้ำแล้ว ให้ใช้พืชหรือผลไม้ที่มีส่วนประกอบของกรดหรือน้ำย่อยตามธรรมชาติ เช่น มะนาว สับปะรด มะละกอ มะขามเปียก เป็นต้น มาขัดบริเวณที่ช้ำหรือหยาบกร้านเบา ๆ ประมาณ 10-15 นาที พอแห้งแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำทุกวัน การใช้ใยบวบขัดถูเบา ๆ สามารถทำได้แต่ไม่ควรทำบ่อยเกินไป เพราะอาจไปรบกวนการสร้างตัวของผิวหนัง

          หลังจากนั้นทาครีมบำรุงผิว เพื่อเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง รวมทั้งเพื่อเป็นการป้องกันผิวคล้ำจากรังสียูวี (อัลตราไวโอเลต) และควรทาครีมกันแดดร่วมด้วย
















ที่มา : kapook.com

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

ต้อนรับผิวขาว… บอกลาผิวหม่นหมอง


         สำหรับสาวๆ ที่ต้องการทำให้ผิวขาว โดยวิธีการทางธรรมชาติไม่ต้องพึ่งพา“กลูต้าไธโอน” อีกต่อไป แต่วิธีเหล่านี้ไม่ได้เห็นผลทันตา น่ะครับขอบอก จะพูดให้ยืดยาวทำไม!!! มาบอกลาผิวหม่นหมอง กันเลยดีกว่า

1. เริ่มจากการขัดผิว แบบธรรมชาติง่ายๆ ด้วย โยเกิร์ต มะนาว มะขามเปียก น้ำผึ้ง มะละกอ นมสด โดยให้เราเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งมาผสมเข้ากับเกลือทะเลเพื่อให้มีเม็ดสำหรับขัดผิว หรือจะใช้ใยบวบในการช่วยขัดผิวก็ได้ ควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
2. ทา AHA หรือกรดผลไม้ บนใบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็น วิธีทำให้ผิวขาว เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอก เผยผิวใหม่ที่ขาวผ่อง แต่ต้องระวังเรื่องการออกแดด เพราะ AHA จะทำให้ผิวคุณบางลงและไวต่อแสงแดดมากกว่าเดิม
3. น้ำนมเพื่อผิวขาว ให้ทาน้ำนมบนผิวโดยตรงหรืออาจใช้ใยบวบช่วยขัดผิวเบาๆ (ไม่จำเป็นต้องลงไปแช่ในอ่างเสมอไป) ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวจะค่อยๆ ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
4. นำผลไม้รสเปรี้ยว มันขัดผิวเพื่อช่วยในการขัดขี้ไคล ไม่ว่าจะเป็น ส้ม มะนาว มะขามเปียก สับปะรด เพราะผลไม้เหล่านี้มีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิวเราให้ดูขาวใส ถ้าหากคุณเป็นคนผิวบาง ไม่แนะนำให้ใช้มะนาวหรือสับปะรดที่มีความเป็นกรดสูง ให้ใช้ส้มเช้งแทนเพราะมีคุณสมบัติคล้ายๆ กัน
5. ควรใช้ครีมบำรุงที่มีไวท์เทนนิ่งเพื่อผิวขาวในตอนเย็น และให้เราทาซ้ำก่อนนอนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของครีมบำรุงให้บำรุงอย่างต่อเนื่อง ตอนกลางวันให้ทาไวท์เทนนิ่งเพียงบางๆ แล้วตามด้วยครีมกันแดดหรืออาจใช้ไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดก็ได้
6. อย่าลืมครีมกันแดด เพราะมันจำเป็นอย่างยิ่ง สาวๆ ต้องมีติดกระเป๋าอยู่ตลอดเวลา เผื่อจำเป็นต้องใช้ในกรณีที่คุณต้องเจอกับแดดโดยไม่ได้คาดคิด จะได้หยิบขึ้นมาใช้ได้ทันเวลา ^ ^
7. ทานอาหารให้เหมาะสม และให้เราทานผักและผลไม้ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่งของทุกมื้อ เนื่องจากผักผลไม้เป็นใยอาหารที่ดี ช่วยในการขับถ่าย แถมยังมีแอนตี้อ็อกซิแดนซ์ที่ทำให้ผิวกระชับได้อีกด้วย เมื่อร่างกายขับถ่ายปกติดีจะส่งผลให้หน้าตาผิวพรรณสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะมันช่วยให้ร่างกายขับสิ่งสกปรกใต้ผิวรวมถึงสารพิษ ยิ่งออกต่อเนื่อง ยิ่งทำให้ผิวสดใสอยู่ตลอดเวลา แถมยังช่วยลดการอุดตันสิ่งสกปรกใต้ผิว ทำให้เราไม่มีสิวอีกด้วย
9. วิตามินซี การทานผลไม้ที่ให้วิตามินซีอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ผิวพรรณขาวใสได้ เราอาจทานวิตามินซีแบบเม็ดที่ขายในร้านขายยาเพิ่มก็ได้
10. อบไอน้ำให้ผิวหน้าเรา ลดอากาศอุดตันของสิ่งสกปรกที่อยู่ในรูขุมขนอย่างลึกซึ้ง เป็นวิธีทำให้ผิวขาว และช่วยขจัดสิวไปพร้อมๆ กัน

ที่มา : TeeNee.com

ยาทาเล็บแบบใส . . .ทำอะไรได้บ้าง


ยาทาเล็บแบบใส ประโยชน์ของมันไม่เพียงแค่เคลือบเล็บให้แข็งแรงและน่าดูเท่านั้นนะคะ แต่มันยังช่วยงานอื่นๆ ของคุณได้ด้วย วันนี้จะขอยกตัวอย่างประโยชน์เจ๋งๆ ของมันมาเล่าสู่กันฟังค่ะ 
  รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com-ถ้าคุณกำลังสนุกกับการทำโมเดลหรืองานฝีมือที่ต้องใช้กาวติดชิ้นส่วนพลาสติก แต่กาวเกิดขาดมือ ลองใช้ยาทาเล็บแบบใสติดชิ้นส่วนพลาสติกแทนกาว มันใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน หรืออาจใช้ในการติดอัญมณีปลอมๆ บนเครื่องประดับที่หลุดออกมา หรือใช้ตรึงน็อตที่หลวมก็ได้
รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com- เครื่องประดับแบบราคาไม่แพงอาจสูญเสียความมันวาวไปได้เมื่อใช้ไปนานๆ เพื่อรักษาความงามของมันเอาไว้ ใช้ยาทาเล็บแบบใสทาเคลือบเอาไว้ แล้วคุณจะสามารถบอกลาคราบดำและสีสันที่ซีดจางไปได้เลย


รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com- กำจัดหูด หูดเป็นเรื่องน่าอายและเป็นการติดเชื้อ เพื่อกำจัดมัน ใช้ยาทาเล็บแบบใสทาทับลงไป หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์มันจะหลุดออกไป แต่ควรโยนยาทาเล็บขวดที่ใช้ทาหูดทิ้งไปหลังจากการใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสจากหูดแพร่กระจายไปที่อื่นอีก

  รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com- เคล็ดลับยอดนิยมของบรรดาคุณแม่ทั้งหลายก็คือ เวลาที่คุณทำมีดบาดตัวเองเล็กๆ น้อยๆ รอให้เลือดหยุดไหลเสียก่อน แล้วทายาทาเล็บแบบไร้สีทับลงไปบนรอยแผล มันจะช่วยปิดรอยแผลแทนพลาสเตอร์ได้เลย

ที่มา : TeeNee.com

7 วิธี ถนอมริมฝีปากสวย

ริมฝีปาก ที่ดูสวยและชุ่มชื้น คงเป็นเสน่ห์อันน่าหลงใหลอีกหนึ่งอย่างบนใบหน้าที่สามารถดึงดูดความสนใจจาก ชายหนุ่มผู้พบเห็น บางคนที่ยังคิดว่าริมฝีปากของตนเองนั้นยังแลดูไม่สวยงามเพียงพอ วันนี้เรามีวิธีการถนอมริมฝีปากแบบง่ายๆมาฝากกันค่ะ

- ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 4-6 แก้ว เพื่อป้องกันการเกิดร้อนในซึ่งถ้าหากเป็นร้อนในแล้วจะทำให้ปากแห้งหรือ แตกลอกเป็นขุยได้ง่าย สำหรับหลาย ๆ คนที่เคยเข้าใจว่า เมื่อรู้สึกว่าริมฝีปากแห้งนั้น ก็ใช้ลิ้นเลียริมฝีปากบ่อย ๆ นั้นขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนความคิดและเลิกทำไปได้เลย เพราะในน้ำลายจะมีเอนไซม์ที่ทำให้ริมฝีปากของคุณแห้งกว่าเดิม แถมยังทำให้ริมฝีปากมีสีคล้ำขึ้นอีก
- ก่อนนอนควรทาลิปกลอส หรือ ลิปมันเป็นประจำ เพื่อเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้น และป้องกันริมฝีปากแตก หรือเป็นขุยได้
- เวลาที่ริมฝีปากของคุณเป็นแผล ไม่ควรที่จะแกะสะเก็ดแผลเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้อาการของแผลแย่ลงแล้ว ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อและทำให้ปากที่ลอกหายยากขึ้นอีกด้วย
- เมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง อย่าลืม !!.... ทาลิปสติกที่มีส่วนผสมป้องกันรังสียูวี
ระวัง!... ยางผลไม้บางชนิด เพราะเมื่อมันสัมผัสกับริมฝีปากของคุณแล้วจะทำให้ริมฝีปากมีสีคล้ำได้

- หาก มีปัญหาปากเป็นขุย หลังแปรงฟันเสร็จใหม่ๆ ในขณะที่ริมฝีปากยังชุ่มชื้นด้วยน้ำอยู่ ให้ใช้แปรงสีฟันแปรงเบา ๆ ที่ริมฝีปากบนและล่าง เพื่อให้ขุยหรือสะเก็ดลอกออก จากนั้นจึงใช้ลิปมันทาบางๆ
เคล็ดไม่ลับทั้ง 7 ข้อ ที่บอกกันไป คงไม่ยากสำหรับสาว ๆ ที่อยากมีริมฝีปากสวย สะดุดตา ใช่ไหมหล่ะ

ที่มา : Yenta4.com

4 เคล็ดลับดูแลผิวมือและเล็บให้สุขภาพดี

 สาว ๆ นอกจากจะมีผิวหน้าดี สะอาดสะอ้านและสวยงามแล้ว การมีผิวมือและเล็บสวยสุขภาพดี ก็จำเป็นอย่างยิ่งค่ะ


      ขัดผิวน้อย ๆ แต่เคลือบผิวให้มาก

          เพราะการสครับจะไปทำลายสารเคลือบผิวตามธรรมชาติที่อยู่ในผิวชั้นนอกออกไป ดังนั้นเวลาสครับผิวแล้ว เราจึงควรทาโลชั่นเพื่อคืนความชุ่มชื่นด้วยนะคะ

      ดูแลผิวจมูกเล็บ 

          ไม่ใช่แค่มือที่เป็นตัวบ่งบอกอายุของคุณ เล็บและผิวขอบเล็บก็สามารถบ่งบอกอายุได้เช่นกัน รอยรุ่งริ่งของหนังกำพร้าบริเวณเล็บหากไม่ดูแลอาจทำให้เจ็บได้ จนต้องเข้าร้าน เพื่อให้ช่างจัดการกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วรอบ ๆ จมูกเล็บ ทางที่ดีป้องกันไม่ให้จมูกเล็บรุ่งริ่งด้วยการทาแฮนด์ครีมเป็นประจำทุกเช้า และก่อนนอนดีกว่าค่ะ

      สวมถุงมือหลังทาแฮนด์ครีม

          หากผิวแห้งมาก หลังทาโลชั่นสูตรเข้มข้นสำหรับมือและเล็บ คุณอาจสวมถุงมือในระหว่างการนอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผิวสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุด

      รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ตามหลักโภชนาการ 

          โปรตีนและวิตามินเอจะช่วยบำรุงมือและเล็บ วิตามินซีสำหรับคนที่มีปัญหาผิวหนังรอบเล็บแตกหรือลอก วิตามินอีที่ได้ชื่อว่าเป็นสารอาหารชะลอความแก่ให้ผิวพรรณ จึงถูกนำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ความงาม อาหารที่แนะนำ เช่น น้ำมันพืช ไขมัน เนื้อสัตว์ นม ปลา จมูกข้าว ไข่ ผักใบเขียว ถั่ว อาหารทะเลและธัญพืชต่าง ๆ

ที่มา :Yenta4.com

วิธีฟื้นฟูตัวเอง หลังอกหัก

 

ความ รักเป็นสิ่งสวยงาม แต่อีกมุมหนึ่งก็เป็นเรื่องไม่แน่นอนเช่นกัน มีเจอแล้วก็ต้องมีจาก แม้จะเป็นสามีภรรยากันแล้วก็ตาม คำถามคือ ทำไมแต่งงานแล้วยังหย่าได้ คบหาดูใจกันมาตั้งนานก่อนจะแต่ง พอแต่งปุ๊ปไม่นานก็เลิก เกิดอะไรขึ้น

อาจารย์หยกฟ้า อิศรานนท์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาจิตวิทยาสังคม คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กล่าวว่า บางทีก็เป็นปัญหาเมื่อครั้งเป็นแฟนที่เซ็ตติ้งเป็นอีกแบบหนึ่ง พอเป็นสามีภรรยาต้องอยู่ด้วยกัน และดูแลกัน 24 ชั่วโมง อะไรที่เป็นส่วนตัวซึ่งเมื่อก่อนเคยเก็กเคยปิดเอาไว้จะเปิดเผยออกมาทั้งหมด จึงต้องอาศัยความอดทน ยอมรับ และเข้าใจในอีกฝ่าย เปิดอกคุยกันให้ได้ ด้วยวิธีการพูดดีๆ ไม่ทำร้ายน้ำใจกัน ซึ่งการสื่อสารนั้น มองว่าสำคัญที่สุดในทุก ๆ ความสัมพันธ์ เป็นตัวที่ส่งเสริม หรือ ทำลายก็ได้ จึงควรเป็นผู้พูด และผู้ฟังที่ดี

สำหรับ วิธีเบื้องต้น ในการเรียกความเชื่อมั่น และสร้างคุณค่าให้ตัวเองหลังอกหักนั้น อาจารย์หยกฟ้า แนะนำว่า พยายามหาให้ได้ว่าคุณค่าของตัวเองในมุมอื่น ๆ มีอะไรบ้าง เช่น ถึงเราจะอกหักเราก็เรียนเก่งนะ คนบางคนช่วงอกหักแต่ทำงานได้พีคเลย ถึงมีคำศัพท์ที่ว่าอันลัคกี้อินเลิฟแต่ลัคกี้อินเกม คือ ทุ่มอย่างอื่น เพื่อสร้างให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ถึงจะเลิกกับแฟนแต่ประสบความสำเร็จในด้านอื่น ไม่แคร์ คนอย่างนี้ก็จะอยู่ได้ เพราะฉะนั้น ต้องมองมุมอื่นว่าชีวิตไม่ได้มีแค่ด้านนี้ด้านเดียว หันไปมองคนที่รักเราบ้าง แล้วพยายามหาคุณค่า เพิ่มคุณค่าให้ตัวเองในมุมอื่นๆ ที่ไม่ใช่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว ออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งการช่วยเหลือคนอื่นก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยบูทส์ความรู้สึกว่ามีคุณค่า ให้เกิดขึ้นกับหลายๆ คนได้มากเหมือนกัน

อย่าง ไรก็ตาม คุณค่าของตัวเองมีได้หลายแบบ หนึ่งในนั้น คือ การแปลงโฉมตัวเองให้หล่อ สวย ดูดีขึ้นหลังอกหัก แต่ต้องแน่ใจว่าไม่ใช่การประชด เพราะนั่นไม่ถือว่าบูทส์ตัวเองอย่างแท้จริง

"เลิก แล้วอย่าไปมองแค่ความหล่อ-สวยอย่างเดียว เพราะอยู่กับเราแค่แป๊ปเดียว การทำหล่อ-สวยนั้นดี แต่หล่อ-สวยภายนอกแล้วต้องหล่อ-สวยข้างในด้วย คือ  จิตใจต้องร่าเริงเบิกบานตามสิ่งที่ทำ แต่ถ้าหล่อ-สวยประชดแฟนเก่าอย่างนี้ไม่ใช่แล้ว แสดงว่าใจก็ยังไม่เลิกฝังอยู่กับเขา ก็ไม่จบไม่สิ้น แต่หากอยากจะบูทส์ตัวเองให้รู้สึกดูดีขึ้น หล่อ-สวยได้ถึงแม้จะไม่ต้องมีใครมาเคียงข้าง ดูดีได้ มีความสุขได้ มีเพื่อนได้โดยที่ไม่ต้องมีความสัมพันธ์แบบคู่รัก อันนี้จะเป็นวิธีการบูทส์ตัวเองอย่างแท้จริง" อาจารย์หยกฟ้า กล่าว.

ที่มา : Yenta4.com 
รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com

วิธีรักษาอาการแพ้เครื่องสำอาง

ใครที่ต้องแต่งหน้าบ่อย ๆ อาจเกิดปัญหาแพ้เครื่องสำอาง วันนี้เราขนเกร็ดความรู้วิธีรักษาอาการแพ้เครื่องสำอางมาฝากกัน....

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  1. หยุดการใช้เครื่องสำอางนั้นทันที และพยายามเช็ดหรือชะล้างบริเวณที่ใช้เครื่องสำอางนั้นให้สะอาดที่สุดเท่าที่ จะทำได้ โดยปกติอาการแพ้ไม่รุนแรงมากนัก หลังจากนั้นสังเกตดูว่ามีอาการแพ้ลุกลามมากขึ้นอีกหรือไม่ โดยมากมักจะหายภายใน 7-10 วัน แต่หากมีอาการรุนแรงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  2. หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ เมื่อทราบสาเหตุว่าแพ้เครื่องสำอางชนิดใดหรือสารที่เป็นส่วนผสมในเครื่อง สำอางนั้น ควรงดใช้หรือหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  3. รักษาอาการแพ้ให้หาย หากเป็นผื่นแดง หรือเป็นตุ่มบวม หรือเป็นตุ่มน้ำใสมีน้ำเหลืองซึมออกมา ก็ควรทำความสะอาดแผลและใส่ยาฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการอักเสบเป็นหนอง นอกจากนี้ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อให้ตรวจดูว่าเป็นอาการที่เกิดขึ้น จากการแพ้เครื่องสำอางหรือไม่ หรือเกิดจากสาเหตุอื่น เพื่อรักษาและหยุดปฏิกิริยาการแพ้ให้หายโดยเร็วที่สุด...ลองนำวิธีที่แนะนำ ไปปฏิบัติตามกันได้


ที่มา : TeeNee.com

7 วิธีเอาชนะริ้วรอย


ใน ปัจจุบันอาจพบผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยบนเคาน์เตอร์ความงามเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่อวดสรรพคุณว่าซึมลึกฟื้นฟูเซลล์ผิวสู่ระดับยีน แต่อย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในแบบง่ายๆ ก็นับเป็นทางลัดที่ช่วยป้องกันและต่อต้านริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้อย่างไม่ น่าเชื่อ โดยเฉพาะ 7 วิธีคืนผิวสวยต่อไปนี้


รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  1.ปกป้องผิวของคุณจากแสงแดด
แม้ ริ้วรอยก่อนวัยเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะธรรมชาติของมนุษย์หากอายุเพิ่มมากขึ้น ก็ย่อมส่งผลให้เกิดริ้วร้อยบนใบหน้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม พบว่าริ้วรอยที่เกิดขึ้นบนใบหน้านั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากแสงแดดที่เรามองเห็นถึงร้อยละ 90 เลยทีเดียว และริ้วรอยจะไม่ปรากฏให้เห็นในขณะที่คุณกำลังมีอายุน้อย แต่มันจะโผล่บนหน้าก็ต่อเมื่อคุณเริ่มมีอายุมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้นเพื่อเป็นการปกป้องริ้วรอยก่อนวัย แนะนำว่าคุณสาวๆ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF15 เป็นประจำทุกวัน (รวมถึงในวันที่มีเมฆมากเพราะแสงยูวีจะส่องผ่านทะลุก้อนเมฆได้) ส่วนในวันที่มีแดดแรงก็ควรทาครีมที่มี SPF สูงๆ สลับกันไป เพียงเท่านี้ก็ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้แล้ว 

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  2.เลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบสูง
การ รับประทานอาหารไม่เพียงพอ ก่อให้เกิดปัญหาริ้วรอยได้ นอกจากนี้ น้ำตาลซึ่งเป็นเครื่องชูรสให้กับอาหารของหลายๆคน ก็สามารถทำให้เกิดริ้วรอยได้เช่นกัน เพราะเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง จะเกิดปฏิกิริยาที่เรียกกันว่า “ไกลเคชั่น” หรือภาวะน้ำตาลที่เหลือใช้ในร่างกาย ไปทำปฏิกิริยากับโปรตีนทำให้เกิดสารพิษ และส่งผลให้คอลลาเจนในผิวเกิดภาวะแข็งตัว และลดจำนวนลงจนนำไปสู่การเกิดริ้วรอยนั่นเอง ดังนั้นแนะนำว่าก่อนบริโภคอาหารทุกชนิดควรตรวจสอบว่ามีน้ำตาล เป็นส่วนประกอบมากน้อยเพียงใด แต่ทางที่ดีการงดอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลในปริมาณที่สูง นอกจากจะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวแล้ว ยังป้องกันโรคอ้วนได้อีกด้วย 

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  3.งดสูบบุรี่
“บุหรี่” ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีแก่ผู้สูบเท่านั้น แต่มันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจ แต่มันกำลังนำมาซึ่งหายนะสำหรับผิวพรรณของคุณ เนื่องจากควันบุหรี่สามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว และยังเป็นตัวขัดขวางออกซิเจนและสารอาหาร นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ยังก่อให้เกิดริ้วรอยขึ้นที่รอบปากด้วย 

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  4.เก็บกักน้ำในร่างกาย
หาก คุณสาวๆ ต้องการให้ผิวอ่อนนุ่มและเรียบเนียน ดังนั้นการเก็บกักน้ำที่เป็นส่วนประกอบหลักของร่างกายให้คงสภาพอยู่ทั้งผิว ภายในและภายนอกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ การดื่มน้ำตลอดวันก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื่นให้กับผิว ภายในของคุณได้ ขณะเดียวกัน ก็ควรเลือกรับประทานผักและผลไม้ที่มีปริมาณน้ำสูง ส่วนการเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวภายนอก แนะนำว่าควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของวิตามินอี ซึ่งสกัดได้จากผลอะโวคาโด้และเมล็ดอัลมอนต์ เพราะน้ำมันเหล่านี้จะช่วยหล่อเลี้ยงผิวของคุณให้ชุ่มชื่น เพื่อรับมือกับผิวแห้งที่เกิดจากเครื่องทำความร้อน ตลอดจนเครื่องปรับอากาศทำความเย็นนั่นเอง

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  5.ตรวจวัดสายตาเป็นประจำ
บริเวณ รอบดวงตาเป็นจุดที่ก่อให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะรอยตีนกา ซึ่งริ้วรอยเหล่านี้จะเพิ่มมากขึ้นจากอาการนั่งขมวดคิ้ว หรืออาการสายตาเอียงอันเกิดมาจากปัญหาสายตา ดังนั้นหากคุณสาวๆ พบว่าตัวเองกำลังประสบปัญหาสายตาเอียง หรือขาดการมองเห็นที่ดีนั้น แนะนำว่าคุณควรไปตรวจวัดสายตาและตัดแว่น หรืออาจเพิ่มทางเลือกให้กับสายตาด้วยการใส่คอนแทคเลนส์ในกรณีที่จำเป็น 

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  6.รับประทานอาหารต่อต้านริ้วรอย
ต่อ ต้านริ้วรอยก่อนวัย ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วยสารอนุมูลต้านอิสระ และกรดไขมันโอเมก้า 3 เพราะโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นจากภายในสู่ภายนอก และยังช่วยป้องกันการระเหยของน้ำในผิว ซึ่งเป็นสาเหตุของความแห้งกร้าน ขณะเดียวกันสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ที่พบในผักและผลไม้ที่มีวิตามินอีและวิตามิน ซี เช่น เมล็ดแฟลกซ์ ผลเบอรี่ และผักโขมที่มีสารลูทีนเป็นส่วนประกอบหลัก จากผลวิจัยล่าสุดได้ชี้ให้เห็นว่าพืชผักเหล่านี้ นอกจากจะช่วยเก็บกักความชุ่มชื่นสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิวแล้ว ยังช่วยลดระดับไขมันในเลือดที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจากอนุมูลอิสระด้วยเช่นกัน 

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  7.หลีกเลี่ยงความเครียดที่เป็นต้นเหตุของริ้วรอย
อย่าง ที่ทราบกันดีว่าความเครียดนั้นเป็นบ่อเกิดของโรคหลายชนิด ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมไปถึงความเหี่ยวย่นและริ้วรอยก่อนวัยอันควร ดังนั้นแนะนำให้ลองลดระดับความเครียดลง ด้วยการนั่งสมาธิและออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะเป็นประจำ จะช่วยลดสาเหตุของการเกิดริ้วรอยได้.


ที่มา : TeeNee.com

9 อาหารใกล้ตัวรับรอง กินแล้วสวย

อยากสวยต้องเริ่มจากภายใน และอะไรจะช่วยคุณได้ล่ะ ถ้าไม่ใช่อาหาร มาดูกันว่า อาหารอะไรบ้างที่จะทำให้คุณสวย
 


รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  1. เม็ดเก๋ากี้มี ชื่อกิ๊บเก๋ว่า "โกจิเบอร์รี่" ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในอาหารที่มีสารอาหารเต็มเปี่ยมมากที่สุดที่คุณจะได้กิน เจ้าเม็ดเหล่านี้ มีกรดไขมันจำเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุ วิตามินบี และกรดอะมิโน ซึ่งไม่เพียงช่วยเรื่องผิวเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคอื่น ๆ อีกด้วย

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  2. อะโวคาโด และมะกอกอาหาร ที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวโมเลกุลเดี่ยวจะช่วยให้ผิวของคุณเยาว์วัยและเต่งตึง ขึ้น เช่น มะกอก อะโวคาโด และบัควีต ซึ่งอย่างหลังยังมีฟลาวานอยด์ชื่อ Rutin ที่จะช่วยให้ผิวยืดหยุ่นอีกด้วย

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  3. กิมจิและโยเกิร์ตอาหาร ตองตามธรรมชาติเหล่านี้จะมีโปรไบโอติกส์อยู่มาก ซึ่งจะช่วยให้ระบบขับถ่ายของคุณแข็งแรง และระบบขับถ่ายที่แข็งแรงจะช่วยดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นและทิ้งกากกับสารพิษ ที่คุณไม่ใช้ออกไป อย่างไรก็ดี ควรจำไว้ว่า โปรไบโอติกส์จะตาย หากผ่านความร้อนสูง หรือการบรรจุกระป๋อง

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  4. แตงกวาเห็นอย่างนี้แต่แตงกวาก็เต็มไปด้วยแร่ธาตุซิลิกา ที่ช่วยให้เส้นผมและเล็บของคุณแข็งแรง

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  5. สาหร่ายสาหร่ายมีทั้งไอโอดีนและกรดอะมิโน ซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อเส้นผมที่งดงาม

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  6. ขิงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยขิงมีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบ และใต้ตาบวมที่เกิดจากการนอนไม่พอได้

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  7. คะน้า หัวหอม และกระเทียมเพราะ ซัลเฟอร์คือหนึ่งในสารที่ช่วยเพิ่มความสวยของคุณ โดยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและทำให้ผิวเปล่งประกาย พร้อมกับช่วยล้างพิษในตับและผิวหนัง และสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันใหม่ นอกจากนี้ ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระจำพวกฟลาวานอยด์ชื่อ Quercetin ที่ช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระอีกด้วย

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  8. หอยแครงและหอยแมลงภู่สังกะสีในหอยเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการซ่อมแซม และการสร้างใหม่ของผิวหนัง

รูปสวย น่ารัก glitter emoticon www.yenta4.com  9. แครอท และผักใบเขียวการ กินอาหารที่มีเบต้าแคโรทีนสูงจะทำให้คุณสวย (และแข็งแรง) มันช่วยขับสีผิวของคุณให้เปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะในสาว ๆ ที่มักจะบ่นว่าตัวเองผิวซีด


ระวังให้ดี  ...  ถ้าอยากสวยต้องเลี่ยงอาหารที่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง อย่างเช่น แป้งขัดสี น้ำตาขัดขาว เค้ก ขนมปัง ฯลฯ

ที่มา : TeeNee.com