วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ขาลาย แก้ไขได้ง่ายๆ


ขาลาย แก้ไขได้ง่ายๆ



       -ช่วงน้ำท่วมแบบนี้ คุณผู้หญิงที่กำลังเจอปัญหาขาลายเนื่องแมลง สัตว์กัดต่อย มีอาการแพ้เนื่องจากขาสัมผัสกับน้ำท่วมขังทำให้เกิดอาการคัน มีจุดด่างดำ รอยเกา บนเรียวขาที่เคยสวย หรือคุณผู้หญิงคนไหนที่ ขาลายอยู่แล้ว เรามีเคล็ดลับแก้ไข ขาลาย ให้กลับ มาเนียนสวยมาฝากกันค่ะ
       -เตรีมดินสอพอง และ นำ้มะนาว นำผสมให้เข้ากันพอหมาดๆ แล้วนำมาทาบริเวณขาที่มีรอยจุดด่างดำ หรือตามรอยต่างๆ หมั่นทาทุกคนก่อนนอนไม่นาน รอยด่างดำนั้นๆ จะค่อยๆ หายไปค่ะ
      
ด้วยวิธีเพียงเท่านี้ ทั้งประหยัดและแสนง่าย คุณผู้หญิงก็หมดกังวลกับปัญหาขาลายได้แล้วใช่ไหมค่ะ ข้อควรจำคือต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งจะให้หายทันใจภายในวันสองวันเป็นไปไม่ได้ค่ะ ยังไงหมั่นทำตามวิธีที่แนะนำดูนะคะ รับรองได้ผลแต่ต้องใช้เวลานิดนึงค่ะ

ที่มา : cawaii-club.com

วิธีนวดหน้า "เรียว" ด้วยตัวเอง


วิธีนวดหน้า


- เริ่มจากบริเวณหน้าผาก ให้ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางเริ่มจากกึ่งกลางหน้าผากนวดวนขึ้นเป็นแนวขดลวด (ขึ้นหนักลงเบา) นวดจนถึงบริเวณขมับ 6 จังหวะ ทำซ้ำ 3 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายให้กดจุดที่ขมับเพื่อความผ่อนคลาย

- บริเวณรอบดวงตาและยกกระชับริมฝีปาก ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางนวดเบา ๆ บริเวณใต้ตา โดยเริ่มจากแนวโครงกระดูกเบ้าตาล่าง วนไปมาเบา ๆ นับ 1 ครั้ง ทำซ้ำ 3 ครั้ง จากนั้นเริ่มนวดจากบริเวณใต้โพรงจมูกลูบออกด้านข้างในลักษณะยกผิวขึ้น ลูบไปมา 3 ครั้งและเลื่อนนิ้วลงมาบริเวณใต้ริมฝีปากล่างลูบออกตามแนวริมฝีปากในลักษณะยกขึ้นทำซ้ำ 3 ครั้ง

- ยกกระชับกล้ามเนื้อบริเวณมุมปาก ใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณกึ่งกลางคางขึ้นไปที่บริเวณมุมปากในลักษณะยกขึ้น ทำซ้ำ 3 ครั้ง

- ยกกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณมุมปากในลักษณะยกผิวขึ้นเป็นมุมกว้างค้างไว้สักครู่แล้วค่อยลูบลงทำซ้ำ 3 ครั้ง

- ผ่อนคลายความตึงเครียดบริเวณดวงตา ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางกดบริเวณหัวตาทั้ง 2 ข้าง กดเบา ๆ นับ 1-3 แล้วลูบผ่านเปลือกตาและวนรอบดวงตากลับมากดที่หัวตาทำซ้ำ 3 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายลูบผ่านเปลือกตาไปกดจุดที่บริเวณขมับ


ที่มา : cawaii-club.com

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

มะระ..รูปไม่สวย แต่ประโยชน์สวยมาก

 

ก็อย่าง ที่โบราณเค้าว่ากันว่า หวานเป็นลมขมเป็นยา สิ่งที่น่าคิดก็คือ ทำไมของที่มีประโยชน์ส่วนใหญ่มักจะมีรสชาติที่ไม่น่ารับประทาน ไม่อร่อยลิ้นเอาเสียเลย ก็อย่างเช่นเจ้ามะระนี่หล่ะค่ะ ที่มีรสชาติขมซะจนไม่อยากจะรับประทาน ภายใต้หน้าตาที่อัปลักษณ์ของมัน ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาปฏิวัติการกินเสียใหม่นะคะ ชาวเอเชียรู้จักกันดีถึงสรรพคุณของมะระ แต่ชาวฝั่งตะวันตกกลับกลัวที่จะกินมัน ทั้งที่ยังไม่รู้ประโยชน์ที่แสนจะอัศจรรย์ของมันแม้แต่น้อย เรามาดูประโยชน์ของมะระกันเลยดีกว่านะคะ



อย่างแรกเลย คือ ความขมของมะระนั้นสามารถช่วยให้เราเจริญอาหาร เพราะสารขมที่อยู่ในมะระนั้นจะช่วยกระตุ้นให้น้ำย่อย ออกมามากจึงทำให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น ซึ่งเราอาจจะนำมะระไปลวก หรือเผาไฟจิ้ม แล้วนำมาจิ้มกับน้ำพริกก็ได้นะคะ

ต่อมา..ก็คือ คุณสมบัติในการการบำบัดและรักษาโรคเบาหวานระยะเริ่มต้น ด้วยสารอาหารในมะระ ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มเบต้าเซลล์ในตับอ่อน โดยการกระตุ้นให้เกิดการสร้างอินซูลิน (ฮอร์โมนควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด) อีกทั้งมะระยังมีเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต สารอาหารจะผสมอยู่ในรูปของโปรตีน ซึ่งสามารถบรรเทาอาการเจ็บป่วยที่เกิดจากโรคตับและโรคเบาหวานได้ มะระยังสามารถแก้โรคตับอักเสบ ปวดหัวเข่า ม้ามอักเสบได้ค่ะ โดยรับประทานมะระดิบเป็นประจำจะช่วยได้ค่ะ

นอก จากนี้มะระยังมีคุณค่าทางอาหารมากมาย เพราะอุดมไปด้วยฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี วิตามินบี1 - บี3, เบต้าแคโรทีน, ไฟเบอร์, ธาตุเหล็ก, โพแทสเซียม, เป็นต้น
เมนู อาหารจากมะระ ได้แก่ ต้มจืดมะระยัดไส้, มะระต้มจับฉ่าย, ผัดมะระหมูสับ, มะระผัดกุ้ง, มะระผัดน้ำมันหอย เป็นต้น หากจะลดความขมของมะระต้องลวกหรือต้มนาน ๆ โดยคลุกเคล้ากับเกลือก่อนที่จะนำไปปรุง หรือต้มน้ำแล้วเทน้ำทิ้ง 1 ครั้ง ก่อนนำมารับประทาน จะช่วยให้กินมะระได้อย่างสบายใจ

แถมท้ายอีกนิดนะค่ะ ด้วยข้อควรระวัง เราทานมะระที่ดิบ ๆ กันได้ แต่ ห้ามรับประทานมะระที่มีผลสุกนะค่ะ เพราะอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียนได้ค่ะ เนื่องจากมีสารซาโปนินอยู่มาก ซึ่งสารนี้จะทำให้เป็นพิษต่อร่างกายค่ะ อีกอย่าง อย่าทานมะระมากจนเกินไปนะค่ะ เพราะจะทำให้ท้องเสีย เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาระบาย


ที่มา : oknation.net

ลูกเดือย ... ประโยชน์ที่ไม่เล็ก

        

          หลายคนคงรู้จักลูกเดือยที่มีหน้าตาเป็นเม็ดเล็กๆ กลมๆ แต่ถึงแม้ว่าจะมีขนาดเล็ก แต่ลูกเดือยกลับให้คุณประโยชน์มากมาย
ไม่ ว่าจะมีฤทธิ์เป็นยาเย็นช่วยบำรุงกำลัง บำรุงปอด ม้าม ตับ ขับปัสสาวะ หล่อลื่นกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้ปัญหาทางเดินหายใจ ไขข้อกระดูก เหน็บชา แก้ร้อนในกระหายน้ำ และยังช่วยลดการเกิดมะเร็ง เพราะมีสารคอกซีโนไลด์ (Coxenolide) ซึ่งมีสรรพคุณในการยับยั้งการเกิดเนื้องอก
ทั้ง นี้จะเห็นได้ว่าลูกเดือยนั้นมีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะฟอสฟอรัสซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงกระดูกมีอยู่ในปริมาณสูง และวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตาอีกด้วย
ด้วยสรรพคุณที่หลาก หลาย และคุณประโยชน์ที่มากมายเกินขนาดเล็กๆ นั้นทำให้ชาวจีนต่างยกย่องลูกเดือยว่าเป็นยาอายุวัฒนะอีกชนิดหนึ่งเลยที เดียว!


ที่มา : oknation.net

วิธีรักษาผิวใสห่างไกลแดด

 
 
คนที่รักการไปเที่ยวทะเลต้องดูแลผิว ให้มากเป็นพิเศษ อย่าลืมว่าทุกครั้งที่เรากลับมาจากการไปเที่ยวทะเล เรามักจะได้ของแถมเป็น “ผิวเสีย” กลับมาด้วยทุกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวสวย ๆ ของเราต้องกลาย เป็นผิวเสีย ก่อนออกไปเที่ยวทะเล เราจึงต้องทำความเข้าใจกันสักเล็กน้อย

หลายคนเข้าใจว่าแสงแดดมีประโยชน์ต่อผิวหนังของเรา ในการกระตุ้นให้เกิดการ สร้างวิตามิน แต่ไม่ใช่แสงแดดที่สาดส่องลงมาตลอดทั้งช่วงวันหรอกนะ การที่เราโดน แดดในปริมาณที่มาก และเป็นเวลานาน อาจทำให้ผิวหนังของเราเกิดอาการไหม้แดง หรือที่ เรียกันว่า “Sunburn” ช่วงเวลาที่เราควรหลีกเลี่ยง คือ 10.00 – 16.00 น. เพราะในช่วงเวลานี้ จะมีการสะท้อนของแสงยูวีจากน้ำทะเล และทรายเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ยิ่งเกิดอันตรายต่อผิวหนังของเรา

เกิดความเชื่อผิด ๆ ว่าครีมกันแดดนั้นสามารถช่วยลดการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ 100% แต่ในความเป็นจริง หากใช้เวลาอยู่ริมทะเลเกินกว่าที่ครีมกันแดดจะปกป้อง ผิวเราได้ก็ป่วยการ เพราะครีมกันแดดนั้นสามารถปกป้องผิวได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง ก็ต้องรีบทาซ้ำ เพื่อให้ผิวของเราได้รับการปกป้องอีกครั้ง การรู้จักปกป้องผิวให้ห่าง ไกลจากแสงอัลตราไวโอเลต และดูแลให้ถูกวิธีอยู่สม่ำเสมอ จะช่วยให้ผิวของเรา สดใสสมวัย

นอกจากนี้ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่เหมาะสมกับกิจกรรมที่จะทำ และมีประสิทธิภาพสูงพอที่จะป้องกันแสงแดดได้ดี และหากต้องลงว่ายน้ำก็ต้องไม่ลืมที่จะใช้ครีมกันแดดชนิดกันน้ำ และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรทาลิปติกที่มีสารกันแดดด้วย และต้องไม่ลืมที่จะทาครีมกันแดดซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้การไปเที่ยวทะเลของเรานั้นสนุกอย่างเต็มที่

จะเห็นว่าการไปเที่ยวทะเลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการที่จะป้องกันผิว สวย ๆ ของ เราให้ปลอดภัย แต่เราก็ห้ามใจที่จะไม่ไปเจอท้องฟ้าใส น้ำทะเลสวย ๆ ได้ ทางที่ดีที่สุด ของการไปเที่ยวทะเลให้สนุกและปลอดภัย ก็ควรรู้จักปกป้องผิวหนังของตัวเอง ทำความรู้จักแสงแดดและท้องทะเลให้ดีเสียก่อน

กิน "เชอรี่" ชะลอแก่ดีกว่าเสียเงินซื้อยารักษาสุขภาพ!



          ขึ้นชื่อว่าผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ไทยหรือผลไม้นอก กินแล้วย่อมได้ประโยชน์อย่างแน่นอน เพียงแต่ผลไม้ไทยที่มีมากจนเลือกรับประทานกันไม่หวาดไม่ไหวนั้น มักออกผลผลิตมาพร้อม ๆ กัน ทำให้ช่วงเวลาที่เหลือไม่ใคร่มีผลไม้ให้ชิมกัน นอกจากผลไม้ทุกฤดูกาลอย่างแตงโม สับปะรด และมะละกอ
   
          ขอ เพิ่มทางเลือกให้กับผู้รักสุขภาพที่ชื่นชอบการทานผลไม้สด ด้วยผลไม้เมืองหนาวปลอดสารพิษที่มากล้นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง "เชอร์รี่" และแม้ว่าราคาจะแพงไปสักนิดเพราะเป็นของอิมพอร์ต แต่คุณประโยชน์ที่ปรากฏก็น่าสนใจให้ลิ้มลองไม่น้อย
   


          โดยเหตุผล 6 ประการที่ผู้รักสุขภาพควรรับประทานผลไม้ลูกเล็กสีแดงสุดฉ่ำก็คือ

          1.เชอร์รี่อุดมไปด้วยโปแตสเซียม ซึ่งช่วยในการควบคุมความดันโลหิต และลดความเสี่ยงสำหรับความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมอง

          2.เชอร์รี่เป็นแหล่งของเมลาโทนิน ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลดอาการเหนื่อยล้า และช่วยในเรื่องการนอนหลับ

          3.เชอร์รี่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า อาจช่วยในการควบคุมโรคไขข้อ และโรคเกาต์
   
          4.เชอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในเชอรี่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ

          5.เชอร์รี่ถือเป็นขนมเพื่อสุขภาพ ในเชอรี่ 21 กรัมมีแคลอรี่น้อยกว่า 100 แคลอรี่

          6.สารแอนโทไซยานิน ที่พบในเชอร์รี่ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย


ที่มา : kapook.com

ข้อศอกหรือหัวเข่าด้าน มีสีดำ ผิวลอก



          สำหรับคุณสาว ๆ ที่นั่งทำงานนาน ๆ หรือต้องทำงานบ้านหนัก ๆ จนทำให้เกิดปัญหาข้อศอกหรือหัวเข่าด้าน มีสีดำ ผิวลอก และแข็งกระด้าง สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีต่อไปนี้...

          หลังจากทำความสะอาดบริเวณข้อศอกและหัวเข่าด้วยสบู่หรือผลิตภัณฑ์อาบน้ำแล้ว ให้ใช้พืชหรือผลไม้ที่มีส่วนประกอบของกรดหรือน้ำย่อยตามธรรมชาติ เช่น มะนาว สับปะรด มะละกอ มะขามเปียก เป็นต้น มาขัดบริเวณที่ช้ำหรือหยาบกร้านเบา ๆ ประมาณ 10-15 นาที พอแห้งแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำทุกวัน การใช้ใยบวบขัดถูเบา ๆ สามารถทำได้แต่ไม่ควรทำบ่อยเกินไป เพราะอาจไปรบกวนการสร้างตัวของผิวหนัง

          หลังจากนั้นทาครีมบำรุงผิว เพื่อเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง รวมทั้งเพื่อเป็นการป้องกันผิวคล้ำจากรังสียูวี (อัลตราไวโอเลต) และควรทาครีมกันแดดร่วมด้วย
















ที่มา : kapook.com